วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นาธานโกหกไม่ได้ไปถ่ายหนังฮอลิวู้ด

  • กอซซิปสตาร์สนับสนุนเนื้อหา

นาธาน แหล 10 ดอก! โกงเงิน-ไม่ได้ถ่ายหนัง-ปลอมตัวปลอมเสียง-โกงอายุ
นาธาน แหล 10 ดอก! โกงเงิน-ไม่ได้ถ่ายหนัง-ปลอมตัวปลอมเสียง-โกงอายุ

"หุ้นส่วนร้าน" ลากไส้ ! "นาธาน" แหกตาหลายดอก ไม่ได้ถ่ายหนังฮอลีวูด โกงเงินร้าน ไม่ยอมเอาเงินไปจ่ายค่าเช่า เบิกเงินไปซื้อเต้นท์แต่กลับเอาเงินไปจ่ายให้เจ้าหนี้ตัวเอง ซ้ำยังจัดทัวร์เอาเงินลูกค้า แต่พอยกเลิกก็ไม่ยอมคืนเงิน พอจับได้ก็ไม่ยอมมาเคลียร์อ้างไม่ว่างจะไปอัดรายการที่นี่หมอชิต ทั้งที่ไม่เคยไปถ่ายรายการดังกล่าว แฉมีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบปลอมตัวปลอมเสียงหลอกคนอื่นฯลฯ

ทำเอาช็อกวงการเลยทีเดียวสำหรับ นาธาน โอมาน หลังจากที่เคยให้สัมภาษณ์กับบันเทิงผู้จัดการเมื่อปีที่แล้วว่ากำลังจะ โกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลีวูด โดยได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินทางไปถ่ายทำตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 และเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา จู่ๆ เจ้าตัวก็ติดต่อเข้ามาหาทีมข่าวบันเทิงผู้จัดการว่า ขณะนี้อยู่ประเทศมาเลเซียและจะกลับมาเมืองไทยวันที่ 14 เนื่องจากกลับมาพักกอง 3 เดือน หลังจากที่ได้เดินทางไปถ่ายหนัง THE PRINCE OF RED SHOE ที่ต่างประเทศกับค่าย ทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ เป็นเวลา 6 เดือน

จากนั้นทีมข่าวบันเทิงผู้จัดการจึงได้ทำการสัมภาษณ์นาธานถึงการถ่ายหนัง เรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมทันที แต่หลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปปรากฏว่า มีการเปิดโปงว่าไม่มีการถ่ายหนังเรื่อง THE PRINCE OF RED SHOE และในเรื่องนี้ไม่มีรายชื่อในค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ เท่านั้นไม่พอยังมีคนออกมาแฉนาธานได้โกงเงินหุ้นส่วนร้านอาหาร และเป็นหนี้สินอีกมากมาย

ต่อมา เจเจ จามจุรี จูลี่ แคสเชอร์ ดีเจคลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ หุ้นส่วนร้าน JAMAREE YAK CAFE GALLERY เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนาธานในข้อหาฉ้อโกงเงินร้านดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคมที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ได้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. หัวหมาก ทีมข่าวบันเทิงจึงได้ตามไปสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว และได้ตามไปสัมภาษณ์อย่างละเอียดที่ร้าน จึงทำให้ทราบว่า นาธานแหกตาหลายดอก จึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

"เริ่มรู้จักกับนาธานครั้งแรกเมื่อตอนที่ไปเที่ยวเนปาลด้วยกันเมื่อปี 2005 เจเจมีเพื่อนทำงานอยู่ที่บริษัทอาร์เอสโปรโมชั่น แล้วเขาจัดทริปไปเนปาลกันก็เลยร่วมแจมไปด้วย พอกลับมาก็ติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราวนัดกินข้าวแล้วก็หายไป ในช่วงที่เขาหายไปจะติดต่อเขาไม่ได้ไม่รู้ว่าหายไปไหน เขาจะมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่เขาพร้อมจะติดต่อกลับมาเอง เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา"

"ล่าสุดเขาก็ติดต่อกลับมาและได้คุยกันเรื่องโปรเจ็กต์ร้านกาแฟในช่วงต้นปี หลังจากเริ่มคุยโปรเจ็กต์กันก็เงียบกันไปพักหนึ่ง นาธานก็โทรมาบอกว่าเริ่มทำร้านกันเลยดีกว่า เพราะเดี๋ยวไม่อยู่ต้องไปถ่ายหนัง เราเริ่มทำร้านกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์พอประมาณเดือนมีนาคมทุกคนพร้อมลุย มานั่งดูว่าต้องลงทุนคนละเท่าไหร่ ซึ่งร้านนี้จะมีหุ้นอยู่ 5 หุ้นรวมนาธานด้วย โดยลงเงินคนละ 1 แสน "

"จากนั้นก็ตะเวนหาร้านจนกระทั่งมาเจอบ้านหลังนี้ก็มาทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยที่เจเจเป็นผู้ทำสัญญาเช่า แต่นาธานจะเป็นคนติดต่อเจ้าของบ้านโดยตรง และเราก็พึ่งมาค้นพบว่าสี่เดือนที่แล้วก่อนทำสัญญาเขาทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ เราเจอกับเจ้าของบ้านด้วยการบอกเจ้าของบ้านว่าเจเจยุ่งมากไม่สามารถมาเจอได้ ส่วนเจ้าของบ้านก็ยุ่งมากไม่สามารถมาเจอเจเจได้ให้เอาเอกสารมาก่อน แล้วจะโอนเงินค่าประกันบ้านตามมาให้ทีหลัง ซึ่งในตอนนั้นได้จ่ายเงินประกันบ้านให้นาธานไปหมดแล้ว แต่เขาอาจจะเอาไปให้ครบหรือไม่ครบไม่รู้ส่วนทางเจ้าของบ้านบอกว่าเอกสารไม่ เคลียร์"

ดอกที่ 1 บอกจะเอาเงินไปซื้อเต้นท์ แต่กลับเอาไปจ่ายให้เจ้าหนี้

"มาถึงเดือนเมษายนเขาอาสาที่จะติดต่อซื้อเต็นท์ทิเบตให้ เพราะรู้จักกับคนขายเดี๋ยวจะต่อรองราคาให้เราก็โอนเงินกองกลางของร้านให้คนๆ หนึ่งซึ่งเราจด ชื่อ-นามสกุล และมีใบโอนเป็นหลักฐานเรียบร้อยเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทเพื่อซื้อเต็นท์ แต่เดือนเมษายนพฤษภาคมผ่านไปก็ยังไม่มีเต็นท์มาส่งที่ร้าน ถามไปว่าเต็นท์อยู่ไหนก็บอกว่าอยู่คาร์โก้ แต่ยังเอาออกมาไม่ได้ เราก็โอเครอกันไป พอเดือนมิถุนายนก็ถามอีกว่าเต็นท์อยู่ไหนก็ไม่พบไม่เห็นอันนี้คือเรื่องที่ หนึ่งเรื่องเต็นท์"

"จนกระทั่งไม่กี่วันมานี้เราไปค้นพบหลักฐานในการโอนเงิน 60,000 บาทค่าเต็นท์ที่นาธานบอกให้โอนให้ไปตั้งแต่ประมาณปลายเดือนเมษายน เราไปเจอเจ้าของบัญชีแล้วก็ชื่อเบอร์โทรเลยถามเขาว่า เราได้โอนเงินหกหมื่นบาทให้เขาในวันที่นี้ๆ เงินก้อนนั้นเป็นค่าอะไร พี่คนนี้บอกว่าเงินนี้เป็นเงินที่ นาธาน โอมาน โอนมาคืนให้ เพราะว่าติดหนี้เขาอยู่ เนื่องจากว่าพี่ไปมัดจำจะไปทัวร์ที่ฝรั่งเศสกับนาธานแล้วไม่ได้ไป ซึ่งเป็นเงินหลายแสนบาท นี่เป็นส่วนน้อยที่นาธานคืนให้ ซึ่งเขาเองมาบอกให้เราโอนเงินเข้าบัญชีพี่คนนี้เพราะเป็นคนซื้อเต็นท์ แต่ค้นพบว่าจริงๆ เป็นเจ้าหนี้นาธานอีกคนที่เขาไปหลอกมัดจำทัวร์เขาแล้วก็ไม่มีทัวร์นั้น จริงๆ"

ดอกที่ 2 มาเอาเงินไปจ่ายค่าร้านล่วงหน้า 3 เดือน แต่ก็ไม่เอาไปจ่ายเจ้าของบ้าน

"เรื่องที่สองตอนต้นเดือนพฤษภาคม นาธานบอกว่าเจ้าของบ้านจะไปเมืองนอก ขอเงินค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนก่อนได้ไหมพี่เจ้าของบ้านบอกมาเป็นจำนวนเงิน อีก 60,000 บาท ในตอนแรกเจเจ บอกว่าเดี๋ยวโอนเข้าแบงค์สู่แบงค์ทีเดียวจะได้ไม่ยุ่งยากเขาเองก็บอกว่าดีๆ แต่พอถึงเวลาเราทวงเลขบัญชีก็บอกว่ายังไม่ได้จนเช้าวันหนึ่งเขาบอกน้องเกด ที่เป็นหุ้นส่วนร้านอีกคนให้ไปเบิกเงินสดมาให้ก่อนรวมเป็นหกหมื่นในตอนนั้น เราเองไม่ได้ถามหาสลิป เพราะเห็นเป็นเงินกันเอง"

"ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมเจ้าของบ้านโทรมาหาเจเจถามว่าร้านขายไม่ดีเหรอคะ ทำไมพี่ไม่ได้ค่าเช่าบ้านเลย เขาบอกว่าเขามาหาที่หน้าบ้านเช้ามากร้านยังปิดอยู่ไม่รู้จะติดต่อใครก็เลย ต้องไปติดต่อไปที่ทำงานของเจเจเพื่อขอเบอร์เจเจจะได้คุยกับเจเจ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจเจได้ให้เบอร์มือถือของเจเจกับนาธานเพื่อไปให้เจ้าบ้าน แล้ว"

"เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่าติดต่อไปหานาธานไปหลายครั้งไม่เคยรับสาย และบอกว่ามีเงินโอนมาให้11,000 บาท แล้วก็มีโอนมา1,000 บาท สองครั้ง 4,000บาทสามครั้ง เขาก็งงมากคือเงินอะไรนึกว่าเป็นเงินทำบุญเพื่อนให้มา เพราะมันไม่ได้มีเป็นก้อนชัดเจนว่าจ่ายค่าเช่าบ้าน ตอนนั้นพอฟังพี่เขาบอกว่าไม่เคยได้ค่าเช่าบ้านเลยตกใจรีบโทรศัพท์หาเพื่อนๆ"

"เท่านั้นยังไม่พอนาธานยังบอกพี่เจ้าของบ้านในระหว่างที่เขาติดต่อคุยกันว่า พ่อเขาอยู่โอมานเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวอยู่ที่โอมานชวนเจ้าของบ้านกำลังจะ ทำธุรกิจสปากับนาธาน เขาก็บอกให้พี่เจ้าของบ้านอีเมลล์ไปหาพ่อเขาที่โอมานนี่คือเจ้าของบ้านเล่า ให้ฟังนะ ซึ่งพี่เจ้าของบ้านบอกว่าได้ส่งอีเมลล์ติดต่อกับพ่อนาธานที่โอมานมาสี่ห้า ฉบับแล้วกำลังจะมีการทำธุรกิจกัน แต่ยังไม่ได้ทำเพราะเรื่องมันมาชัดเจนก่อน"

ดอกที่ 3 ปลอมตัวบอกนักข่าวว่าเป็น "อรัญ" น้องชาย "นาธาน"

"ที่ผ่านมาเขาอยู่เมืองไทยตลอด(แต่นาธานให้สัมภาษณ์ว่าไปถ่ายหนังตั้งแต่ต้น ปีพึ่งกลับมาเดือนกรกฎาคม) ตั้งแต่เดือนมกราคมก็ไม่เห็นเขาไปไหนมาอยู่ที่ร้านทำร้านกันตลอดเรายังจัด ปาร์ตี้วันเกิดให้เขาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมอยู่เลย คุณโก้ ธีรศักดิ์(ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) กับ ฮาน่า(ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย) ก็มาถ่ายรายการที่ร้านนี้ หนังสือหลายๆ เล่มก็มาถ่ายคอลัมน์ ตอนนั้นเราพยายามโปรโมตทุกอย่างเพื่อที่จะให้ร้านติดตลาดใครอยากที่จะ สัมภาษณ์นาธานเราก็ออฟเฟอร์ให้ ตัวเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร"

"แต่เขาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ ตอนที่หนังสือเนชั่นจูเนียร์มาสัมภาษณ์ หลังจากเจเจจัดรายการเสร็จก็รีบมาเพื่อที่จะช่วยทำโรตีให้หนังสือถ่าย จู่ๆ นาธานก็รีบเดินมาบอกว่า นาธานไม่อยู่นะนี่คืออรัญน้องชายนาธาน ให้เจเจโกหกว่าเขาคืออรัญ แล้ววันนั้นอรัญก็เดินว่อนอยู่ในร้านใส่หมวกใส่แว่น ซึ่งก็คือตัวนาธานนั่นล่ะ "

"พี่ๆ นักข่าวที่มาเขาก็รู้อยู่แก่ใจ เราเองก็พูดไม่ออกมันจุกปากเราก็รีบทำโรตีไปเรื่อยๆ พี่นักข่าวก็พยายามถามเรื่องนาธานเราก็ต้องดึงกลับมาเรื่องโรตี จนกระทั่งเขาคงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจว่าเกิด อะไรขึ้น เราเองก็แปลกใจว่าทำไมนาธานต้องทำแบบนั้น ถามเหตุผลเขาก็บอกว่า บอกนักข่าวอีกเล่มไปว่าจะไม่อยู่เมืองไทยแล้วต้องไปถ่ายหนังอยู่เมืองนอก แต่พอมีอีกเล่มมาถ่ายคอลัมน์เขาเลยต้องกลายเป็นอรัญหรืออาจจะมีเหตุผลอื่นก็ไม่ทราบ"

"จากวันนั้นมาก็เริ่มมีอะไรแปลกๆ เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน เขามาบอกว่าจะต้องไปถ่ายหนังจริงๆ แล้ว หลังจากวันที่ 8 มิถุนายนก็จะมีแม่บ้านชื่อ เต็ม สมาน สุขเสริม นาธานบอกว่าเป็นเหมือนแม่เลี้ยงที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็กๆ มาอยู่กับเราด้วยตลอดตั้งแต่เริ่มเปิดร้านเป็นคนดูแลบ้านทำกับข้าว ในช่วงที่นาธานไม่อยู่พี่เต็มจะทำทุกอย่างแทนให้"

"คือนาธานเขาจะอยู่ที่ร้านตลอด เขามีหน้าที่ดูแลร้าน พอปิดบิลตอนกลางคืนเขาก็จะนำเงินไปเข้าบัญชีในตอนเช้า ซึ่งบัญชีนั้นจะเป็นบัญชีเงินหมุนเวียนของร้านโดยใช้บัญชีของนาธาน เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีงานประจำและเป็นคนเดียวที่อยู่ร้านเป็นประจำ นอนที่นี่ ทุกคนมีงานประจำมีเงินเดือนเราไม่อยากให้มันไปทบกับฐานภาษีจะได้ไม่มีปัญหา เรื่องภาษีบุคคลธรรมดา เราไม่ได้จดเป็นบริษัทหรือห้างร้านก็เป็นการตกลงกันแบบไว้ใจตกลงแบบเพื่อน ฝูงพี่น้อง ส่วนเรื่องบัญชีเราตกลงกันว่าจะไม่มีเอทีเอ็มสมมุติว่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากที่ขายในวันนี้ เราจะหยิบไปสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์เพื่อไปซื้อกับข้าวหรือวัตถุดิบมาขายในวัน ต่อไป ที่เหลือก็เอาเข้าบัญชีไว้เป็นเงินหมุนของร้าน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น